Insurance

Insurance


ตอบสนองต่อภัยพิบัติในเวลาไม่กี่ชั่วโมง


เมื่อเกิดภัยพิบัติ และการสูญเสียเกิดขึ้น บริษัทประกันภัยทราบดีว่าไม่มีอะไรสำคัญสำหรับลูกค้าของพวกเขามากกว่าการกู้คืนจากการสูญเสีย ในช่วงเวลาที่สำคัญเหล่านี้ ครอบครัวต้องพึ่งพาบริษัทประกันภัยเพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด ความท้าทายคือ การระบุและจัดลำดับความสำคัญ ความพยายามตอบสนอง ค้นพบวิธีการใหม่ ๆ ในการรับมือกับภัยพิบัติ และการจัดการด้านสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดพายุที่รุนแรงที่สุดในปีที่ผ่านมา ด้วยการใช้เทคโนโลยี Esri เป็นรากฐาน สำนักประกันภัยอาชญากรรมแห่งชาติ the National Insurance Crime Bureau (NICB) และ Vexcel Imaging ได้ร่วมมือกันจัดทำแอปพลิเคชันรวบรวมภาพถ่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เมื่อเกิดภัยพิบัติ และการสูญเสียเกิดขึ้น บริษัทประกันภัยทราบดีว่าไม่มีอะไรสำคัญสำหรับลูกค้าของพวกเขามากกว่าการกู้คืนจากการสูญเสีย ในช่วงเวลาที่สำคัญเหล่านี้ ครอบครัวต้องพึ่งพาบริษัทประกันภัยเพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด ความท้าทายคือ การระบุและจัดลำดับความสำคัญ ความพยายามตอบสนอง ค้นพบวิธีการใหม่ ๆ ในการรับมือกับภัยพิบัติ และการจัดการด้านสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดพายุที่รุนแรงที่สุดในปีที่ผ่านมา ด้วยการใช้เทคโนโลยี Esri เป็นรากฐาน สำนักประกันภัยอาชญากรรมแห่งชาติ the National Insurance Crime Bureau (NICB) และ Vexcel Imaging ได้ร่วมมือกันจัดทำแอปพลิเคชันรวบรวมภาพถ่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

การประยุกต์ใช้งาน GIS ในธุรกิจประกันภัย

บริษัทประกันภัยเข้าใจความเสี่ยงของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ในภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือพายุ ขั้นแรกที่บริษัทประกันจะต้องดำเนินการ คือ การระบุว่าพื้นที่ใดมีความเสี่ยงสูงสุดที่จะได้รับผลกระทบ

การประยุกต์ใช้งาน GIS ในธุรกิจประกันภัย

นักวิเคราะห์สามารถคาดการณ์ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

โดยการวางซ้อนข้อมูลที่ใช้งานอยู่ในพื้นที่เสี่ยง บริษัทประกันภัยสามารถคาดการณ์ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดร็วขึ้น

การประยุกต์ใช้งาน GIS ในธุรกิจประกันภัย

นักวิเคราะห์สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้อย่างถูกต้อง

เมื่อนักวิเคราะห์มองเห็นภาพรวมข้อมูลของผู้ถือกรมธรรม์ที่รวมอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทำให้พวกเขาสามารถระบุตำแหน่งที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด

การประยุกต์ใช้งาน GIS ในธุรกิจประกันภัย

ภัยพิบัติสามารถเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ

ข้อมูลสภาพอากาศตามเวลาจริงแสดงการเปลี่ยนทิศทางของลม ซึ่งบริษัทประกันภัยจะทราบว่าเงื่อนไขมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาหนึ่งที่สามารถกำหนดได้

การประยุกต์ใช้งาน GIS ในธุรกิจประกันภัย

การแจ้งเตือนจะถูกส่งไปยังผู้ถือกรมธรรม์ที่มีความเสี่ยงเพื่อปรับปรุงการตอบสนองภัยพิบัติ

ข้อมูลแบบ Real-time ของผู้ถือกรมธรรม์ ทำให้ทราบว่าลูกค้าคนใดมีความเสี่ยงมากที่สุด บริษัทจะส่งการแจ้งเตือนพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปกป้องทรัพย์สินและอันตรายให้กับลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ

Case Study

การบริหารจัดการความเสี่ยงด้วย Location Intelligence ของธุรกิจประกันภัย

ความถี่และความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันภัยมีวิธีจัดการกับปัญหาได้อย่างไร

ระบบ GIS ช่วยให้บริษัทประกันภัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร

ภาพถ่ายทางอากาศและการวิเคราะห์ด้วยระบบ GIS ช่วยให้บริษัทประกันภัย มองเห็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนหลังเกิดภัยพิบัติ


ตอบสนองต่อภัยพิบัติในเวลาไม่กี่ชั่วโมง


เมื่อเกิดภัยพิบัติ และการสูญเสียเกิดขึ้น บริษัทประกันภัยทราบดีว่าไม่มีอะไรสำคัญสำหรับลูกค้าของพวกเขามากกว่าการกู้คืนจากการสูญเสีย ในช่วงเวลาที่สำคัญเหล่านี้ ครอบครัวต้องพึ่งพาบริษัทประกันภัยเพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด ความท้าทายคือ การระบุและจัดลำดับความสำคัญ ความพยายามตอบสนอง ค้นพบวิธีการใหม่ ๆ ในการรับมือกับภัยพิบัติ และการจัดการด้านสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดพายุที่รุนแรงที่สุดในปีที่ผ่านมา ด้วยการใช้เทคโนโลยี Esri เป็นรากฐาน สำนักประกันภัยอาชญากรรมแห่งชาติ the National Insurance Crime Bureau (NICB) และ Vexcel Imaging ได้ร่วมมือกันจัดทำแอปพลิเคชันรวบรวมภาพถ่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

การทราบถึงสถานที่ตั้งของทรัพย์สินที่จะทำประกันภัยถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะวิเคราะห์ความเสี่ยงในการรับประกันภัย รวมไปถึงการเสนอราคาตามนโยบายครั้งแรกไปจนถึงการตอบสนอง และการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (CAT) บริษัทประกันภัยที่ประสบความสำเร็จจะใช้ประโยชน์ โดยผ่านเทคโนโลยีบอกตำแหน่งอัจฉริยะ ที่จะช่วยในการแสดงผล และสามารถช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังจะสะท้อนไปที่ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่ลดลงอีกด้วย

การประยุกต์ใช้งาน GIS ในธุรกิจประกันภัย

บริษัทประกันภัยเข้าใจความเสี่ยงของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ในภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือพายุ ขั้นแรกที่บริษัทประกันจะต้องดำเนินการ คือ การระบุว่าพื้นที่ใดมีความเสี่ยงสูงสุดที่จะได้รับผลกระทบ

การประยุกต์ใช้งาน GIS ในธุรกิจประกันภัย

นักวิเคราะห์สามารถคาดการณ์ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

โดยการวางซ้อนข้อมูลที่ใช้งานอยู่ในพื้นที่เสี่ยง บริษัทประกันภัยสามารถคาดการณ์ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดร็วขึ้น

การประยุกต์ใช้งาน GIS ในธุรกิจประกันภัย

นักวิเคราะห์สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้อย่างถูกต้อง

เมื่อนักวิเคราะห์มองเห็นภาพรวมข้อมูลของผู้ถือกรมธรรม์ที่รวมอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทำให้พวกเขาสามารถระบุตำแหน่งที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด

การประยุกต์ใช้งาน GIS ในธุรกิจประกันภัย

ภัยพิบัติสามารถเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ

ข้อมูลสภาพอากาศตามเวลาจริงแสดงการเปลี่ยนทิศทางของลม ซึ่งบริษัทประกันภัยจะทราบว่าเงื่อนไขมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาหนึ่งที่สามารถกำหนดได้

การประยุกต์ใช้งาน GIS ในธุรกิจประกันภัย

การแจ้งเตือนจะถูกส่งไปยังผู้ถือกรมธรรม์ที่มีความเสี่ยงเพื่อปรับปรุงการตอบสนองภัยพิบัติ

ข้อมูลแบบ Real-time ของผู้ถือกรมธรรม์ ทำให้ทราบว่าลูกค้าคนใดมีความเสี่ยงมากที่สุด บริษัทจะส่งการแจ้งเตือนพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปกป้องทรัพย์สินและอันตรายให้กับลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ

Case Study

การบริหารจัดการความเสี่ยงด้วย Location Intelligence ของธุรกิจประกันภัย

ความถี่และความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันภัยมีวิธีจัดการกับปัญหาได้อย่างไร

ระบบ GIS ช่วยให้บริษัทประกันภัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร

ภาพถ่ายทางอากาศและการวิเคราะห์ด้วยระบบ GIS ช่วยให้บริษัทประกันภัย มองเห็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนหลังเกิดภัยพิบัติ