26 ก.พ. Drone Mapping และ GIS ช่วยยกระดับการก่อสร้างรันเวย์สนามบินในสหรัฐอเมริกา
Posted at 14:28h
in Blog
Drone Mapping ช่วยควบคุมต้นทุนโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ได้จริงหรือไม่? กรณีศึกษาจากสนามบินในสหรัฐฯ
ในยุคที่โครงการโครงสร้างพื้นฐานมีมูลค่าสูงและต้องการความโปร่งใสในการบริหารจัดการมากกว่าที่เคย เทคโนโลยี Drone Mapping และระบบ GIS ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่กลายเป็นองค์ประกอบหลักของการควบคุมต้นทุนและบริหารความเสี่ยง
กรณีศึกษาจาก SEH (Short Elliott Hendrickson Inc.) สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อ Drone และระบบ ArcGIS ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศสามารถเปลี่ยนเป็นข้อมูลเชิงปริมาณที่ใช้ตัดสินใจทางธุรกิจได้จริง โดยเฉพาะในโครงการก่อสร้างที่มีความซับซ้อนสูง
สนามบิน Sky Harbor เมือง Duluth รัฐ Minnesota เปิดดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 1939 และตั้งอยู่บนพื้นที่ธรรมชาติที่มีความเปราะบางทางระบบนิเวศ เมื่อมีการตรวจพบสิ่งกีดขวางบนแนวทางบินขึ้น–ลง ซึ่งรวมถึงพื้นที่ป่าสนเก่าแก่ สนามบินจึงจำเป็นต้องปรับตำแหน่งรันเวย์เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยการบิน อย่างไรก็ตาม การย้ายรันเวย์ไม่ใช่เพียงการออกแบบใหม่ แต่เป็นโครงการที่ต้องดำเนินการควบคู่กับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การถมพื้นที่น้ำเปิดหลายเอเคอร์ และการบริหารวัสดุก่อสร้างปริมาณมหาศาลภายใต้ข้อกำกับของหลายหน่วยงาน
SEH ในฐานะที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม รับผิดชอบตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ ประสานงานหน่วยงาน ไปจนถึงการควบคุมงานก่อสร้าง ซึ่งหมายความว่าข้อมูลต้องแม่นยำ ตรวจสอบได้ และสื่อสารได้ชัดเจนกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
Business Challenge: จะควบคุมปริมาณวัสดุหลายแสนตันได้อย่างไรโดยไม่มีข้อมูลน้ำหนักจากเครื่องชั่ง
หนึ่งในโจทย์สำคัญของโครงการคือ การจัดส่งวัสดุถมดินประมาณ 200,000 ตันเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้าง โดยเลือกใช้การขนส่งทางเรือเพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรในเมือง ในโครงการทั่วไป ปริมาณวัสดุมักถูกอ้างอิงจากใบชั่งน้ำหนักรถบรรทุก แต่ในกรณีนี้ วัสดุถูกโหลดลงเรือโดยตรง ทำให้ไม่มีข้อมูลน้ำหนักที่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางบัญชีได้อย่างชัดเจน การชั่งน้ำหนักเรือทั้งลำก็ไม่ใช่ทางเลือกที่สะดวกหรือแม่นยำเพียงพอ
ในมุมมองทางธุรกิจ นี่คือความเสี่ยงด้านงบประมาณที่สำคัญ เพราะหากไม่มีวิธีตรวจสอบปริมาณงานจริง อาจเกิดความคลาดเคลื่อนในการจ่ายเงินผู้รับเหมา หรือเกิดข้อโต้แย้งในภายหลัง นอกจากนี้ โครงการยังต้องควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีการติดตั้งม่านดักตะกอนในพื้นที่น้ำ ซึ่งต้องตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบด้วยวิธีภาคสนามเพียงอย่างเดียวไม่สามารถให้ภาพรวมที่ครบถ้วนได้
Digital Strategy: เปลี่ยนข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศให้เป็นข้อมูลเชิงปริมาณที่ใช้ตัดสินใจได้
เพื่อแก้โจทย์ดังกล่าว SEH ได้นำ Drone Survey เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานหลัก ไม่ใช่เพียงการถ่ายภาพเพื่อรายงาน แต่เพื่อสร้างข้อมูลเชิงปริมาณที่ตรวจสอบได้ ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนถูกประมวลผลผ่าน Site Scan for ArcGIS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Drone Mapping บนคลาวด์ที่รองรับตั้งแต่การวางแผนการบิน การประมวลผลภาพ ไปจนถึงการจัดการ Drone Data Management ในระดับองค์กร
การเปลี่ยนจากการประมวลผลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร ไปสู่ระบบคลาวด์ ทำให้ทีมสามารถลดเวลาประมวลผลลงอย่างมีนัยสำคัญ และขยายการใช้งานไปยังหลายโครงการได้โดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม
ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่เพียงภาพ Orthomosaic ที่คมชัด แต่รวมถึงแบบจำลองสามมิติและข้อมูลระดับความสูง ซึ่งสามารถใช้คำนวณปริมาตรดินแบบ Cut and Fill ได้อย่างแม่นยำ ข้อมูลนี้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงหลักในการตรวจสอบปริมาณวัสดุที่ถูกส่งเข้าพื้นที่ก่อสร้าง การกำหนดเส้นทางบินแบบทำซ้ำได้ (repeatable flight path) ยังช่วยให้สามารถเปรียบเทียบข้อมูลในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างสอดคล้อง ลดความคลาดเคลื่อนจากมุมภาพหรือระดับความสูงที่ต่างกัน
Measurable Impact: ความแม่นยำที่เพิ่มขึ้น เวลาที่ลดลง และความโปร่งใสที่ชัดเจนขึ้น
เมื่อ Drone Mapping เชื่อมต่อกับระบบ ArcGIS อย่างเต็มรูปแบบ ทีมงานสามารถวัดพื้นที่ ปริมาตร และความเปลี่ยนแปลงของไซต์งานได้โดยตรงจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ลดเวลาการสำรวจภาคสนาม และลดความเสี่ยงจากการวัดค่าที่คลาดเคลื่อน ข้อมูลเชิงปริมาตรที่ได้จากแบบจำลองสามมิติ ช่วยให้ SEH สามารถตรวจสอบตัวเลขจากผู้รับเหมาได้อย่างโปร่งใส ลดข้อโต้แย้ง และเพิ่มความมั่นใจในกระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณ
ในด้านสิ่งแวดล้อม ภาพมุมสูงจากโดรนช่วยให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งและประสิทธิภาพของม่านดักตะกอนได้ชัดเจนกว่าการสำรวจภาคพื้นดิน หน่วยงานกำกับดูแลสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ผ่านระบบออนไลน์ ทำให้กระบวนการรายงานมีความรวดเร็วและตรวจสอบย้อนหลังได้ ในการประชุมความคืบหน้าโครงการ ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศล่าสุดสามารถถูกนำเสนอเพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน ช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปบนฐานข้อมูลจริง ไม่ใช่เพียงรายงานเชิงข้อความ
Insight สำหรับองค์กรก่อสร้างและหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน
กรณีของ SEH แสดงให้เห็นว่า Drone Mapping ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Digital Transformation ในงานวิศวกรรมและก่อสร้าง ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศสามารถเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ข้อมูล (data asset) ที่ช่วยควบคุมต้นทุน เพิ่มความแม่นยำ และยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของโครงการ
สำหรับองค์กรที่บริหารโครงการขนาดใหญ่ มีการเคลื่อนย้ายวัสดุปริมาณมาก หรืออยู่ภายใต้ข้อกำกับด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด การลงทุนในระบบ Drone Data Management ที่เชื่อมโยงกับ GIS อาจเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในระยะยาว
ขอบคุณที่มา : https://www.esri.com/en-us/lg/product/seh-case-study
