Geographic Approach

ภูมิศาสตร์และภาคธุรกิจ

ผสาน Location analytics เข้ากับ Business intelligence เพื่อความได้เปรียบทางธุรกิจ

ภูมิศาสตร์และภาคธุรกิจ

ผสาน Location analytics เข้ากับ Business intelligence เพื่อความได้เปรียบทางธุรกิจ

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี GIS สำหรับภาคธุรกิจ

เทคโนโลยีเชิงพื้นที่ ทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานมากขึ้น มองเห็นความเสี่ยงได้ชัดเจน เติบโตอย่างยั่งยืนและตอบโจทย์เจ้าของธุรกิจได้ดีขึ้น รวมทั้งช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่สำคัญต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ตลาดและคู่แข่ง กลยุทธ์การเติบโตของรายได้ ความยืดหยุ่นด้านห่วงโซ่อุปทาน และ Digital transformation

ตอบคำถาม “Where” ให้ธุรกิจคุณ

เมื่อความต้องการเปลี่ยนแปลง ผู้มีอำนาจตัดสินใจจำเป็นต้องใช้ Location analytics ควบคู่กับ Business intelligence เพื่อปรับเขตการขายให้สอดคล้องกับศักยภาพของตลาด เทคโนโลยี GIS ยังถูกนำมาใช้เพื่อการเติบโตของธุรกิจ เช่น วิเคราะห์ทำเลศักยภาพ วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า หรือวางแผนการตลาดให้เฉียบคมยิ่งขึ้น

  • ลูกค้าที่ดีที่สุดของเราอยู่ไหน
  • การปฏิบัติการที่ไหนที่มีความเสี่ยง
  • สถานที่ของการส่งสินค้าและบริการ
  • ทรัพย์สิน สินค้า หรือพนักงานถูกจัดสรรไปที่ไหน

เติบโตอย่างยั่งยืน

ความยั่งยืนกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว บริษัทที่คิดค้นนวัตกรรมจึงใช้ Geographic approach ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงเพื่ออยู่รอด แต่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

  • เพิ่มความสามารถด้านการลงทุนและการตัดสินใจบริหาร
  • ส่งเสริมความยั่งยืนและความเท่าเทียม
  • ยกระดับประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ
  • ประสานความร่วมมือและการสื่อสาร

เปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจเป็น Location intelligence

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ร่วมกับข้อมูลห่วงโซ่อุปทาน ข้อมูลทางเศรษฐกิจ และการประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ
ทำให้ผู้บริหารได้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ ทั้งการนำเทคโนโลยีด้าน AI มาประยุกต์ใช้ทางภูมิศาสตร์ หรือที่เรียกว่า GeoAI
ก็ช่วยจำลองผลลัพธ์ในอนาคตสำหรับวางแผนการตลาดและการเลือกสถานที่ได้ดียิ่งขึ้น

แผนที่สะท้อนความยืดหยุ่น ความเสี่ยง และความเท่าเทียม

เทคโนโลยี GIS ช่วยให้ธุรกิจสามารถประเมินความยืดหยุ่นด้านห่วงโซ่อุปทานมองเห็นจุดอ่อน
และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนั้น แผนที่และการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ยังเผยให้เห็นความไม่เท่าเทียมกันในด้านอื่น ๆ
เช่น อสังหาริมทรัพย์ การเลือกสถานที่ และการจ้างงาน เป็นต้น

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี GIS สำหรับภาคธุรกิจ

เทคโนโลยีเชิงพื้นที่ ทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานมากขึ้น มองเห็นความเสี่ยงได้ชัดเจน เติบโตอย่างยั่งยืนและตอบโจทย์เจ้าของธุรกิจได้ดีขึ้น รวมทั้งช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่สำคัญต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ตลาดและคู่แข่ง กลยุทธ์การเติบโตของรายได้ ความยืดหยุ่นด้านห่วงโซ่อุปทาน และ Digital transformation

ตอบคำถาม “Where” ให้ธุรกิจคุณ

เมื่อความต้องการเปลี่ยนแปลง ผู้มีอำนาจตัดสินใจจำเป็นต้องใช้ Location analytics ควบคู่กับ Business intelligence เพื่อปรับเขตการขายให้สอดคล้องกับศักยภาพของตลาด เทคโนโลยี GIS ยังถูกนำมาใช้เพื่อการเติบโตของธุรกิจ เช่น วิเคราะห์ทำเลศักยภาพ วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า หรือวางแผนการตลาดให้เฉียบคมยิ่งขึ้น

ลูกค้าที่ดีที่สุดของเราอยู่ไหน

การปฏิบัติการที่ไหนที่มีความเสี่ยง

สถานที่ของการส่งสินค้าและบริการ

ทรัพย์สิน สินค้า หรือพนักงานถูกจัดสรรไปที่ไหน

เติบโตอย่างยั่งยืน

ความยั่งยืนกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว บริษัทที่คิดค้นนวัตกรรมจึงใช้ Geographic approach ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงเพื่ออยู่รอด แต่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

เพิ่มความสามารถด้านการลงทุนและการตัดสินใจบริหาร

ส่งเสริมความยั่งยืนและความเท่าเทียม

ยกระดับประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ

ประสานความร่วมมือและการสื่อสาร

เปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจเป็น Location intelligence

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ร่วมกับข้อมูลห่วงโซ่อุปทาน ข้อมูลทางเศรษฐกิจ และการประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ ทำให้ผู้บริหารได้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ ทั้งการนำเทคโนโลยีด้าน AI มาประยุกต์ใช้ทางภูมิศาสตร์ หรือที่เรียกว่า GeoAI ก็ช่วยจำลองผลลัพธ์ในอนาคตสำหรับวางแผนการตลาดและการเลือกสถานที่ได้ดียิ่งขึ้น

แผนที่สะท้อนความยืดหยุ่น ความเสี่ยง และความเท่าเทียม

เทคโนโลยี GIS ช่วยให้ธุรกิจสามารถประเมินความยืดหยุ่นด้านห่วงโซ่อุปทาน มองเห็นจุดอ่อน และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนั้น แผนที่และการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ยังเผยให้เห็นความไม่เท่าเทียมกันในด้านอื่น ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ การเลือกสถานที่ และการจ้างงาน เป็นต้น