24 มี.ค. จากน้ำท่วมใหญ่สู่ภารกิจกู้คืนไฟฟ้า ย้อนรอยปฏิบัติการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ฝ่าวิกฤตด้วยเทคโนโลยีเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS)
อีกหนึ่งเคสตัวอย่างการรับมือและบริหารจัดการน้ำท่วมด้วย ArcGIS ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2568 พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่จาก “อุทกภัย” ที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 25 ปี เมืองหาดใหญ่และอำเภอใกล้เคียงจมอยู่ใต้มวลน้ำมหาศาล และเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติที่โหมกระหน่ำพร้อมกัน ทั้งปริมาณน้ำฝนสะสมที่เขาคอหงส์ อ.นาหม่อม สูงถึง 365 มิลลิเมตรในวันเดียว รวมทั้งมวลน้ำจากเทือกเขานครศรีธรรมราชและอำเภอรอบนอก ไหลมารวมกันที่คลองอู่ตะเภา ประกอบกับหาดใหญ่เป็นพื้นที่ราบต่ำคล้ายแอ่งกระทะ เมื่อน้ำมาพร้อมกันในปริมาณที่ระบบระบายน้ำจะรับไหว จึงเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพริบตา
ภารกิจกู้คืนไฟฟ้าท่ามกลางวิกฤต
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน แต่ยังท้าทายขีดความสามารถในการจัดการระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่าง “พลังงานไฟฟ้า” โจทย์ใหญ่ของ กฟภ. หรือ PEA คือจะทำอย่างไรให้ “ไฟกลับมาสว่าง” ได้เร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุด ในสภาวะอันตรายสูงสุด เนื่องจากน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตประชาชนทันทีที่เกิดไฟรั่ว กฟภ. จึงมีความจำเป็นต้อง “ตัดไฟ” ในพื้นที่วิกฤต
“หัวใจที่ทำให้ กฟภ. สามารถตัดสินใจได้แม่นยำท่ามกลางข้อมูลที่ไม่แน่นอน คือเทคโนโลยี GIS ซึ่งทำหน้าที่เหมือน ‘แผนที่สถานการณ์สด’ ที่บอกตำแหน่งบ้านเรือน สถานะมิเตอร์ และโครงข่ายไฟฟ้าทั้งหมดในจุดเดียว ทำให้ทุกการสั่ง ตัดไฟ–จ่ายไฟ เป็นการตัดสินใจจากข้อมูลจริงในทันที ไม่ใช่การประเมินแบบกว้าง ๆ เหมือนในอดีต”
ภารกิจนี้ถือว่าเร่งด่วนเป็นอันดับแรกของ กฟภ. ที่ต้องประเมินความเสี่ยงเพื่อตัดสินใจตัดกระแสไฟฟ้าในจุดที่น้ำท่วมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ใช้ข้อมูลจาก GIS ที่ระบุตำแหน่งมิเตอร์และระบบจำหน่ายไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ เพื่อทำการตัดไฟเฉพาะจุดที่น้ำท่วมถึง รวดเร็ว ลดการลงพื้นที่ซึ่งอาจเข้าถึงได้ยากในสถานการณ์นี้ และช่วยให้การสั่งตัดไฟมีความแม่นยำมากขึ้น ลดผลกระทบต่อพื้นที่การทำงาน ในช่วงนี้เต็มไปด้วยความกดดัน และตำแหน่งบ้านเรือนที่ชัดเจนมาประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้การดูแลผู้ใช้ไฟฟ้า เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในช่วงที่น้ำเริ่มลดระดับลง ภารกิจได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่โหมด “การฟื้นฟู” อย่างเต็มตัว เจ้าหน้าที่ กฟภ. ต้องเผชิญกับความท้าทายในการเร่งตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าก่อนจะจ่ายไฟคืนให้แก่ประชาชน โดยมีการวางแผนลำดับความสำคัญตามสภาพความเป็นจริงของพื้นที่ พื้นที่ไหนน้ำลดก่อน ทีมช่างจะระดมกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้าทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าพักอาศัยและเริ่มจัดการทำความสะอาดบ้านเรือนได้โดยไม่ต้องรอนาน
แผนงานสำคัญดูแลประชาชน 176,000 ราย
นายพงศกร ยุทธโกวิท รองผู้ว่าการวางแผนและวิศวกรรม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดเผยว่า ปฏิบัติการในระยะแรกนี้ กฟภ. มุ่งเน้นไปที่การลดความเสี่ยงอันตรายจากไฟฟ้าดูด-ไฟฟ้ารั่ว ครอบคลุมพื้นที่หลักถึง 11 ตำบลในจังหวัดสงขลา การตัดไฟไม่ได้ทำแบบสุ่มเดา แต่ทำผ่านการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ที่ละเอียดถึงระดับโซนและพิกัดบ้านเรือน เพื่อให้พื้นที่ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมยังคงมีไฟฟ้าใช้เพื่อการสื่อสารและประสานงานกู้ภัย ขณะที่แผนหลังน้ำลดความท้าทายใหม่คือการ “จ่ายไฟคืน” อย่างปลอดภัย ภารกิจนี้ซับซ้อนกว่างานซ่อมปกติ เพราะน้ำท่วมกระทบถึงอุปกรณ์ส่วนตัวของผู้ใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เปราะบาง กฟภ. จึงจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฟื้นฟูเพื่อให้การจัดการเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและไม่ซ้ำซ้อน หากเทียบกับกระบวนการเดิมที่ต้องอาศัยข้อมูลจากการเดินสำรวจ ระบบ GIS ช่วยลดเวลา และลดความเสี่ยงการลงพื้นที่ซ้ำซ้อนของเจ้าหน้าที่ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทีมปฏิบัติงานเข้าถึงพื้นที่ได้เร็วขึ้น
“ในช่วงที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมนั้น ต้องยอมรับว่าการประเมินสถานการณ์เป็นเรื่องที่ยากมากที่สุด เมื่อมี GIS เข้ามาเป็นตัวกลาง ช่วยให้สามารถเห็นภาพรวมของผลกระทบแบบรายหลังคาเรือน ทำให้การสั่งการ การจัดทีม และการคาดการณ์ระยะเวลาซ่อมกลับมามีความแม่นยำและโปร่งใสมากขึ้นหลายเท่า เพราะเราไม่ทราบว่าใครได้รับผลกระทบบ้าง บ้านหลังไหนมีน้ำท่วมบ้าง และกระทบกับผู้ใช้ไฟรายไหนบ้าง การที่มีการประเมินข้อมูลเบื้องต้นจะทำให้เราสามารถคาดการณ์สถานการณ์ได้อย่างดียิ่งขึ้น เช่นข้อมูลระดับน้ำท่วมเมื่อนำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาร่วมด้วย ทำให้เห็นว่าส่วนไหนบ้างที่ถูกน้ำท่วม และประเมินได้คร่าว ๆ ว่าในพื้นที่นั้น ๆ เกิดผลกระทบในด้านระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อะไรไปแล้วบ้าง เพื่อจะได้เตรียมกำลังคนให้เหมาะสม และเมื่อสถานการณ์น้ำลดลงทีมปฏิบัติงานจะเข้าไปดูแลในส่วนไหนก่อน พร้อมกับเครื่องมือที่ต้องการอะไรบ้าง ซึ่งทำให้เราสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของการทำงาน ลดระยะเวลาการทำงาน”

