Interactive Map แสดงบริเวณโซนน้ำอุ่นและพื้นที่ใกล้เคียงในทะเล สาเหตุที่ทำให้ปะการังเปลี่ยนสี

 

มหาสมุทรมีอุณภูมิร้อนขึ้นเกินกว่าที่จะรับมือได้ จะส่งผลต่อแนวปะการัง

อุณหภูมิผิวน้ำเหนือพื้นผิวทะเลอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ทำให้เกิดแนวปะการังฟอกขาว ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว คือ ภาวะปะการังมีสีซีดจางลง จนมองเห็นเป็นสีขาว ซึ่งเป็นผลมาจากการสูญเสียสาหร่าย อย่างไรก็ดีการที่ปะการังสูญเสียสาหร่ายซูแซนเทลลีไม่ได้มีผลเพียงสีสันที่เคยสวยงามต้องเปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น แต่นั่นยังหมายถึงสารอาหารที่ปะการังเคยได้รับจะลดน้อยลงไปด้วย ทั้งนี้หากสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะเวลานาน ปะการังก็จะเริ่มอ่อนแอและตายลงในที่สุด

โดยแผนที่แบบ Interactive ทำงาน ร่วมกับข้อมูลจากโปรแกรมตรวจสอบแนวปะการังของมหาสมุทรแห่งสหรัฐอเมริกา (NOAA) แสดงบริเวณโซนน้ำอุ่นและพื้นที่ใกล้เคียงในทะเลสาเหตุที่ทำให้ปะการังเปลี่ยนสีเรียกว่าปะการังฟอกขาว ซึ่งอาจส่งผลให้ปะการังสูญพันธุ์ได้ รวมถึงแสดงพื้นที่ความเสี่ยงที่อาจจะมีโอกาสเกิดปะการังฟอกขาว

Corals in Indonesia. Image by Rhett A. Butler/Mongabay.

 

โปรแกรมตรวจสอบแนวปะการังของมหาสมุทรแห่งสหรัฐอเมริกา (NOAA) ใช้เครือข่ายดาวเทียมในการตรวจสอบอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่ความละเอียด 5 กิโลเมตร (3 ไมล์) หรือสูงกว่าบล็อกที่มีความยาว 5 กิโลเมตร จากนั้นใช้การวัดเหล่านี้เพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนในมหาสมุทรใน 213 ภูมิภาคที่เรียกว่า“ สถานีเสมือนในภูมิภาค” เนื่องจากปะการังมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและสามารถฟอกสีเมื่ออุณหภูมิสูงเกินขีดจำกัด การทนตามปกติ NOAA ใช้การวัดเพื่อทำนายบริเวณที่แนวปะการังอาจอยู่ภายใต้ความร้อนและอาจเกิดการฟอกสี

แผนที่ Esri ทำงานร่วมกับข้อมูลของ NOAA และแสดงภูมิภาคที่เผชิญกับความร้อนสูงเพิ่มความเสี่ยงของการปะการังฟอกสีเช่นในกลุ่มการแจ้งเตือนระดับ 1 และระดับการแจ้งเตือน 2 รวมถึงพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดปะการังฟอกขาวในระดับต่ำหรือไม่มีเลย

แผนที่จะมีประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมหาสมุทรที่ร้อนขึ้นของเราและสิ่งที่มันอาจมีความหมายสำหรับแนวปะการัง, Dan Pisut กล่าว นอกจากการแสดงผลแล้ว Esri ยังจัดทำข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ใน Living Atlas ของโลก “ Dashboard เป็นหนึ่งในเทมเพลตแอปพลิเคชันที่ Esri นำเสนอใน ArcGIS  Platform สามารถสร้างและปรับแต่งได้ง่ายและมีการใช้งานจากหลากหลายอุตสาหกรรมและองค์กร

มาร์ค เออคิน ผู้เชี่ยวชาญด้านแนวปะการังและผู้ประสานงานของ NOAA ยังกล่าวว่า Dashboard ของ Esri ทำหน้าที่ ดีมากในการดึงข้อมูลเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างดี “ โดยการรวมผลิตภัณฑ์ของ Coral Reef Watch กับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่พวกเขาเน้นอยู่นั้นเป็นวิธีการใหม่สำหรับเราในการเข้าถึงผู้ใช้ที่อาจไม่ได้มองหาข้อมูลแนวปะการัง” เออคิน กล่าว “ สิ่งนี้เตือนผู้ใช้รายใหม่ถึงแนวปะการังที่มีปัญหาแล้ว ถ้าจะดีถ้าพวกเขาไม่เพียงแต่เน้นผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน แต่ยังนำข้อมูลจากสถานการณ์ภาวะโลกร้อนในอนาคต สิ่งเหล่านี้จะเตือนผู้คนถึงปัญหาที่เราเผชิญเร็ว ๆ นี้”

ในความเป็นจริงการได้รับข้อมูลเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนของมหาสมุทรและการปะการังฟอกสีออกสู่ผู้คนมากขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเลวร้ายยิ่งขึ้นโดยมนุษย์ที่ยังคงเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้กลายเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อแนวปะการังทั่วโลก เออคิน กล่าว “ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ก่อให้เกิดอันตรายอย่างมากต่อระบบนิเวศทางทะเลที่หลากหลายที่สุดในโลกโดยทำให้ปะการังมีสีฟอกขาวและตาย สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก เราต้องการคนมากขึ้นที่จะตื่นขึ้นและตระหนักว่าเราต้องลงมือเดี๋ยวนี้”