สิงคโปร์พลิกโฉมการบริหารท่าเรือสู่ Smart Port ด้วย Digital Twin

 

Jurong Port พลิกโฉมการบริหารท่าเรือด้วย GIS Digital Twin เมื่อข้อมูลเชิงพื้นที่กลายเป็นหัวใจของการตัดสินใจทางธุรกิจ

 ในโลกของโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่ต้องแข่งกับเวลา “การมองเห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์” ไม่ใช่เพียงความได้เปรียบ แต่คือปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จขององค์กร สำหรับประเทศสิงคโปร์ หนึ่งในศูนย์กลางการค้าทางทะเลของโลก Jurong Port คือกรณีศึกษาสำคัญของการนำ เทคโนโลยี GIS (Geographic Information System) และ Digital Twin มาใช้ยกระดับการบริหารจัดการท่าเรือสู่มาตรฐานใหม่

Jurong Port เป็นท่าเรืออเนกประสงค์ที่รองรับทั้งสินค้าทั่วไป สินค้าเทกอง และตู้คอนเทนเนอร์ ครอบคลุมตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรขนาดใหญ่ ไปจนถึงวัตถุดิบอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ความหลากหลายของสินค้าทำให้การดำเนินงานมีความซับซ้อนสูง โดยเฉพาะการจัดการสินค้าเทกองที่ต้องอาศัยแรงงาน การวางแผน และการตัดสินใจหน้างานอย่างต่อเนื่อง

 

จากความซับซ้อนสู่การบริหารจัดการด้วยข้อมูลเชิงพื้นที่

แตกต่างจากการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่สามารถพึ่งพาระบบอัตโนมัติได้เป็นหลัก การจัดการสินค้าเทกองต้องเผชิญความไม่แน่นอนในแทบทุกขั้นตอน สินค้าแต่ละประเภทมีขนาด น้ำหนัก และวิธีจัดเก็บแตกต่างกัน ส่งผลให้การประสานงานระหว่างทีม เครื่องจักร พื้นที่จัดเก็บ และตารางเรือ กลายเป็นโจทย์ทางธุรกิจที่ท้าทาย

ผู้บริหาร Jurong Port จึงตั้งคำถามสำคัญว่า จะทำอย่างไรให้ทุกฝ่าย “เห็นภาพเดียวกัน” และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำในเวลาจำกัด คำตอบคือการพัฒนา JP Glass แพลตฟอร์ม GIS-powered Digital Twin ที่ทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลเชิงพื้นที่ทั้งหมดของท่าเรือไว้ในจุดเดียว เปลี่ยนข้อมูลกระจัดกระจายให้กลายเป็นภาพรวมที่เข้าใจง่ายและใช้งานได้จริง

JP Glass แสดงข้อมูลสำคัญแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นสถานะเรือเทียบท่า ประเภทและปริมาณสินค้า อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ความพร้อมของบุคลากร พื้นที่จัดเก็บในลานและคลังสินค้า ตลอดจนข้อมูลสภาพอากาศ ความลึกของร่องน้ำ และการจราจรทางทะเล ข้อมูลเหล่านี้ถูกเชื่อมโยงเข้ากับแผนที่ดิจิทัล ทำให้ทีมงานทุกระดับสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องตีความข้อมูลซับซ้อน

 

 

ยกระดับบทบาทท่าเรือ ด้วย GIS เป็นแกนกลางของกลยุทธ์

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของ Jurong Port คือการปรับบทบาทจาก Landlord Port สู่ Port Operator อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายระดับประเทศด้านการเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชน การเปลี่ยนผ่านนี้ทำให้ท่าเรือต้องรับผิดชอบการดำเนินงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนทรัพยากร ไปจนถึงการบริหารประสบการณ์ของผู้ใช้บริการ

การขับเคลื่อนองค์กรด้วยบทบาทใหม่ จำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มข้อมูลที่เชื่อถือได้ ตั้งแต่ปี 2017 Jurong Port จึงเริ่มพัฒนาแอปพลิเคชันบริหารจัดการท่าเรือ และนำข้อมูลจำนวนมหาศาลมาใช้ประโยชน์ผ่าน GIS Digital Twin

Cynthia Mark Mohan ผู้ช่วยรองประธานและหัวหน้าฝ่ายดิจิทัลของ Jurong Port อธิบายว่า การเริ่มต้นไม่ใช่การสร้างเทคโนโลยีที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือการกำหนดโจทย์ทางธุรกิจให้ชัดเจน “เราเริ่มจากการตั้งคำถามว่า อะไรคือข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจจริง ๆ และข้อมูลนั้นต้องถูกนำเสนออย่างไรให้ผู้บริหารและทีมปฏิบัติงานเข้าใจได้ทันที”

GIS จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือแสดงแผนที่ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายระบบ รวมถึงข้อมูลจาก Maritime Port Authority of Singapore (MPA) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ด้านการเดินเรือของประเทศ ช่วยให้ Jurong Port สามารถวางแผนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืน ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

Digital Twin ที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

JP Glass ยังช่วยบริหารจัดการพื้นที่เช่าภายในท่าเรือ โดยแสดงสถานะการใช้งานและอัตราการครอบครองพื้นที่แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้บริหารสามารถวางแผนกำลังการรองรับ (Capacity Planning) ได้อย่างแม่นยำ ไม่ต่างจากการบริหารอัตราการเข้าพักในธุรกิจโรงแรม ผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือ การลดขั้นตอนการสื่อสาร การตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ซึ่งข้อมูลทั้งหมดถูกแสดงในศูนย์ควบคุมตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ทุกฝ่ายรับรู้สถานการณ์เดียวกัน และสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ทันที

Desmond Ong Chief Digital Officer ของ Jurong Port กล่าวว่า “GIS Digital Twin ทำให้เรามองเห็นปัญหาและโอกาสได้ชัดเจนขึ้น ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และคุณภาพการให้บริการ นี่คือก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Port ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์”

 

อนาคตของ Smart Port กับ GIS 3 มิติ

ก้าวต่อไปของ JP Glass คือการพัฒนา Digital Twin แบบ 3 มิติ เพื่อการวิเคราะห์เชิงลึกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดเรียงสินค้าในคลัง การคำนวณปริมาตรสินค้าเทกอง หรือการมองเห็นโครงสร้างภายในเรือ ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและความปลอดภัยของพนักงาน

สำหรับ Jurong Port บทเรียนสำคัญจากการพัฒนา JP Glass คือ เมื่อองค์กรมี “การมองเห็นข้อมูลเชิงพื้นที่” ที่ชัดเจน การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์จะเกิดขึ้นได้เร็ว แม่นยำ และสร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้อย่างแท้จริง

 

GIS จึงไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีสนับสนุนการทำงาน แต่เป็นรากฐานของการบริหารจัดการท่าเรือยุคใหม่ และเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ระดับโลก

 

 

.