ArcGIS Professional Plus สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ในองค์กร

Professional Plus User Type ทำงานกับข้อมูลเชิงพื้นที่ครบวงจรแบบ End-to-End

 

Professional Plus l โซลูชัน GIS สำหรับองค์กรที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่แบบ End-to-End

ในวันที่องค์กรต้องการการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ ข้อมูลเชิงพื้นที่ในหลายหน่วยงานกลับยังถูกแยกเก็บแบบต่างคนต่างทำ อยู่คนละระบบ คนละไฟล์ และคนละแพลตฟอร์ม จนกลายเป็น Data Silo ที่ทำให้การทำงานซับซ้อน เสียเวลา และเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น ArcGIS Professional Plus จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ Pain Point เหล่านี้โดยเฉพาะ

 

ArcGIS Professional Plus คืออะไร และเหมาะกับองค์กรแบบไหน

Professional Plus คือโซลูชัน GIS สำหรับองค์กรที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการจัดการ วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลเชิงพื้นที่แบบครบวงจรบนแพลตฟอร์มเดียว เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องทำงานกับข้อมูลจำนวนมาก มีหลายทีมเกี่ยวข้อง และต้องการยกระดับการใช้ GIS จากระดับแผนก ไปสู่ระดับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน สาธารณูปโภค อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง ผังเมือง โลจิสติกส์ หรือ Smart City ซึ่ง Professional Plus สามารถตอบโจทย์การทำงานที่ต้องการทั้งความแม่นยำ ความเร็ว และการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

จุดเด่นหลักของ ArcGIS Professional Plus 

จุดเด่นสำคัญของ Professional Plus คือการเชื่อมทุกขั้นตอนของงาน GIS เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง การเก็บข้อมูล การจัดการฐานข้อมูล การวิเคราะห์เชิงลึก ไปจนถึงการเผยแพร่และสื่อสารผลลัพธ์ ผ่าน Ecosystem เดียวกันแบบ End-to-End ลดปัญหาการย้ายไฟล์ไปมาหลายระบบ และลดความเสี่ยงของข้อมูลไม่ตรงกัน

สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนา Digital Transformation ด้านข้อมูลพื้นที่ การเลือกใช้ ArcGIS Professional Plus ไม่ได้หมายถึงแค่การซื้อซอฟต์แวร์ GIS แต่คือการลงทุนในระบบการทำงานที่ช่วยให้ทีมงานสามารถทำงานร่วมกัน วิเคราะห์ข้อมูลได้แม่นยำขึ้น และต่อยอดสู่การใช้งานเชิงกลยุทธ์ได้อย่างยั่งยืน

 

ArcGIS Professional Plus User Type เชื่อมทุกระบบในองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว

1.Seamless Connectivity Across the Organization :  เก็บ-วิเคราะห์-เผยแพร่ บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เชื่อมการทำงานร่วมกันภายในองค์กรอย่างไร้รอยต่อ

Professional Plus ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานของทุกทีมในองค์กรให้เป็นระบบเดียวกันอย่างแท้จริง ตั้งแต่ทีมภาคสนามที่เก็บข้อมูล ทีมวิเคราะห์ที่ประมวลผลข้อมูล ทีม IT ที่ดูแลโครงสร้างระบบ ไปจนถึงผู้บริหารที่ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงและใช้งานข้อมูลเชิงพื้นที่ชุดเดียวกันได้ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน โดยไม่ว่าจะทำงานผ่าน Desktop, Web Application หรือ Mobile Application ก็ตาม

ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่บน ArcGIS Pro แล้วเผยแพร่ผลลัพธ์ไปยัง ArcGIS Online หรือ ArcGIS Enterprise ได้ทันที โดยไม่ต้องย้ายไฟล์หรือแปลงข้อมูลหลายรอบ รองรับการทำงานทั้งแบบ Cloud, On-Premises และ Hybrid Architecture ช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบระบบ GIS ให้เหมาะกับโครงสร้าง IT ของตนเองได้อย่างยืดหยุ่น ปลอดภัย และรองรับการขยายตัวในอนาคต ผลลัพธ์ที่ได้คือการลดปัญหา Data Silo ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และสร้าง Single Source of Truth ที่ทุกฝ่ายในองค์กรสามารถใช้ร่วมกันได้อย่างมั่นใจ

 

 

ยกระดับงาน GIS ด้วย GeoAI และ Machine Learning ตรวจจับวัตถุ วิเคราะห์ภาพถ่ายโดรน ดาวเทียม

2.AI-Enabled GIS : ยกระดับงาน GIS ด้วยพลังของ AI และ GeoAI

Professional Plus เปิดโอกาสให้องค์กรนำ AI และ GeoAI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานด้าน GIS อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการประมวลผลภาพถ่ายดาวเทียมและโดรน การตรวจจับวัตถุอัตโนมัติ เช่น อาคาร ถนน พื้นที่เกษตร หรือสิ่งปลูกสร้าง การจำแนกประเภทพื้นที่ ไปจนถึงการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์เพื่อประเมินแนวโน้มในอนาคต

การผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับระบบ GIS ช่วยลดภาระงาน Manual ที่ต้องใช้เวลานาน เพิ่มความแม่นยำในการประมวลผลข้อมูล และลดความผิดพลาดจากมนุษย์ ทีมงานสามารถโฟกัสกับการตีความข้อมูลและการวางแผนเชิงกลยุทธ์ได้มากขึ้น แทนที่จะต้องเสียเวลากับงานประมวลผลพื้นฐาน AI-Enabled GIS จึงช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนข้อมูลขนาดใหญ่และซับซ้อน ให้กลายเป็น Insight ที่นำไปใช้งานได้จริงในระยะเวลาอันสั้น

 

ใช้ข้อมูลคุณภาพระดับโลกจาก ArcGIS Living Atlas รวม Basemap, Imagery, ข้อมูลสิ่งแวดล้อม และโมเดล GeoAI

 

3.Analysis-Ready Data : พร้อมวิเคราะห์ได้ทันที ด้วยข้อมูลและโมเดลพร้อมใช้งาน

Professional Plus มาพร้อมกับ ArcGIS Living Atlas of the World ซึ่งเป็นคลังข้อมูลเชิงพื้นที่ระดับโลกที่รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานชั้นนำและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ผ่านการคัดเลือก ตรวจสอบคุณภาพ และอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้ได้อย่างมั่นใจ

ข้อมูลใน Living Atlas ครอบคลุมตั้งแต่ Basemap มาตรฐาน ข้อมูลภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศ ประชากร เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม ไปจนถึงภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูล Imagery ความละเอียดสูง รวมถึงโมเดลวิเคราะห์และโมเดล GeoAI ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถนำไปใช้งานได้ทันทีใน Workflow ต่าง ๆ

ด้วยแนวคิด Analysis-Ready Data องค์กรไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการรวบรวม ทำความสะอาด หรือปรับโครงสร้างข้อมูลใหม่ทุกครั้งก่อนเริ่มวิเคราะห์ แต่สามารถนำข้อมูลที่ “พร้อมใช้งาน” มาเริ่มต้นสร้าง Insight ได้ทันที ช่วยลดเวลาในขั้นตอน Data Preparation อย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจเชิงพื้นที่

 

Advanced Analysis
วิเคราะห์เชิงลึกได้ทุกรูปแบบ รองรับ Spatial, 3D, Imagery และ Digital Twin

4.Advanced Analysis : วิเคราะห์ข้อมูลได้ทุกรูปแบบอย่างไร้ขีดจำกัด

รองรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ขั้นสูงในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Spatial Analysis เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ Imagery Analysis สำหรับข้อมูลภาพถ่าย 3D Analysis และ Digital Twin เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมจริง รวมถึง GeoAI Predictive Analytics สำหรับการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต

ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้เครื่องมือสำเร็จรูปแบบ No-Code ผ่าน Toolbox เพื่อสร้างโมเดลวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว หรือพัฒนา Workflow ขั้นสูงด้วย Python เพื่อรองรับ Use Case ที่ซับซ้อน เช่น การวิเคราะห์ในระดับองค์กร ระดับเมือง หรือระดับประเทศ ซึ่งความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้องค์กรสามารถปรับรูปแบบการวิเคราะห์ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง และต่อยอดการใช้งาน GIS ไปสู่การวางแผนเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Real-time Collaboration สนับสนุนการทำงานร่วมกันแบบ Real-time บนแพลตฟอร์มเดียวกัน

 

5.Real-time Collaboration ทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ภาคสนามถึงผู้บริหาร

สนับสนุนการทำงานร่วมกันแบบ Real-time บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ตั้งแต่ทีมภาคสนามที่เก็บข้อมูลและอัปเดตเข้าสู่ระบบแบบทันที ทีมวิเคราะห์ที่นำข้อมูลไปประมวลผลต่อ ไปจนถึงผู้บริหารที่ติดตามสถานการณ์ผ่าน Dashboard ทุกฝ่ายสามารถทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกันโดยไม่ต้องรอส่งไฟล์หรืออัปเดตข้อมูลซ้ำหลายรอบ ช่วยลดความล่าช้าในการสื่อสาร ลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล และเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการ การทำงานแบบ Real-time Collaboration จึงช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์สำคัญได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน ภัยพิบัติ การก่อสร้าง หรือการบริหารทรัพยากรในระดับองค์กร

 

 

Professional Plus ไม่ใช่แค่ License แต่คือระบบการทำงานแบบครบวงจร

ArcGIS Professional User Type ไม่ได้เป็นเพียงแค่ License ซอฟต์แวร์รูปแบบหนึ่ง แต่เป็นระบบที่จะสร้างการทำงานแบบ End-to-End บน Ecosystem เดียวกันในการทำงานกับข้อมูลเชิงพื้นที่แบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์เชิงลึก การพัฒนาแอปพลิเคชัน ไปจนถึงการเผยแพร่ข้อมูลและการสื่อสารภายในองค์กร ทุกขั้นตอนถูกเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

สิ่งที่มาพร้อมกับ Professional Plus User Type

Desktop GIS

  • ArcGIS Pro Advanced
  • ArcGIS 3D Analyst
  • ArcGIS Data Reviewer
  • ArcGIS Geostatistical Analyst
  • ArcGIS Image Analyst
  • ArcGIS Network Analyst
  • ArcGIS Publisher
  • ArcGIS Spatial Analyst
  • ArcGIS Workflow Manager
  • ArcGIS CityEngine

 

Web GIS

  • ArcGIS Business Analyst Web App Standard
  • ArcGIS Dashboards
  • ArcGIS Earth
  • ArcGIS Excalibur
  • ArcGIS GeoBIM
  • ArcGIS Instant Apps
  • ArcGIS Living Atlas of the World
  • ArcGIS StoryMaps
  • ArcGIS Urban

 

Mobile GIS

  • ArcGIS Field Maps
  • ArcGIS Navigator
  • ArcGIS Survey123
  • ArcGIS QuickCapture

 

ยกระดับการทำงาน GIS ขององค์กรด้วย ArcGIS Professional Plus

ArcGIS Professional Plus คือโซลูชัน GIS สำหรับองค์กร ที่เชื่อมทุกขั้นตอนการทำงาน ตั้งแต่เก็บข้อมูล วิเคราะห์ด้วย AI ไปจนถึง Dashboard แบบเรียลไทม์ บนแพลตฟอร์มเดียว ช่วยลดปัญหา Data Silo เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ และเร่งการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ด้วยการผสาน GIS, AI, Cloud และข้อมูลระดับโลกเข้าไว้ด้วยกันในแพลตฟอร์มเดียว องค์กรสามารถต่อยอดข้อมูลให้กลายเป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ และรองรับการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

 

 

.